นักธรรมชั้นตรี วิชาพุทธประวัติและศาสนพิธี

buddhaprawat-bw

เนื่องจากพรรษานี้ (๒๕๕๙) ข้าพเจ้ารับนิมนต์เป็นครูสอนพระนักศึกษาระดับนักธรรมชั้นตรี เฉพาะวิชาพุทธประวัติ และวิชาศาสนพิธี

หน้าเว็บไซต์นี้สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในวิชาพุทธประวัติ และศาสนพิธี

ขอให้นักศึกษาทุกท่านทราบว่า ข้าพเจ้าจะเข้าสอนทุกวันจันทร์ เวลา ๑๓.๐๐ น. – ๑๕.๓๐ น. ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดท่าการ้อง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

เนื่องจากเข้าสอนเพียงสัปดาห์ละ ๑ วันเท่านั้น จึงถือว่ามีเวลาเรียนไม่มาก เพราะนักธรรมชั้นตรี จะสอบวันที่ ๑๐ – ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ถ้าจะให้เจาะจง คือวิชาพุทธ (และศาสนพิธี) จะสอบวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๙ เท่ากับว่าถ้าไม่มีการหยุดเรียนด้วยเหตุผลจำเป็นอื่นใด เราจะมีเวลาเรียนทั้งหมด ๘ ครั้งเท่านั้น

ตารางการเรียนการสอน

ครั้งที่ ๑  (๑๕ ส.ค. ๕๙) ทดสอบความรู้ของผู้เรียน ( ดาวน์โหลด วิชาพุทธประวัติ ทดสอบ 1 )
ครั้งที่ ๒ (๒๒ ส.ค. ๕๙) พุทธประวัติ Animation ละเอียดมาก (ดูบนยูทูป พุทธประวัติ )
ครั้งที่ ๓ (๒๙ ส.ค. ๕๙) แนะนำเว็บไซต์ที่มีประโยชน์ www.ธรรมศึกษา.com
ครั้งที่ ๔ (๕ ก.ย. ๕๙) การบ้าน “ให้คัดลายมือ คำถวายทานสามัญ (แปลด้วย), คำถวายทานอุทิศ(แปลด้วย), คำอาราธนาศีล ๕, คำอาราธนาพระปริต, คำอาราธนาธรรม มาอย่างละ ๑ จบ”
ครั้งที่ ๕ (๑๒ ก.ย. ๕๙) จบวิชาพุทธประวัติ การบ้าน “ให้คัดลายมือ คำปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ ,คำลากลับบ้าน/คำรับเวลาโยมลากลับบ้าน ,ฎีกาอาราธนาพระ ,ใบปวารณา ,คำอธิษฐานอุโบสถ ,คำกรวดน้ำอย่างสั้น)
ครั้งที่ ๖ (๑๙ ก.ย. ๕๙) ข้อสอบเก่าๆ พุทธประวัตินักธรรมชั้นตรี  รวบรวมโดยพระอาจารย์มหาโอ๊ท แนวข้อสอบนักธรรมชั้นตรี (ทุกวิชา) โดย พระอัครกิตติ์ ธมฺมสโร
ครั้งที่ ๗ (๒๖ ก.ย. ๕๙) ให้นักเรียนดาวน์โหลด แนวข้อสอบวิชาพุทธะ นักธรรมชั้นตรี อย่างเข้มข้น ไปลองทำดู
ครั้งที่ ๘ (๓ ต.ค. ๕๙) เฉลยปัญหา และปิดการเรียนการสอน

 

ปัญหาวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
เฉลยโดย พระมหานัธนิติ สุมโน
วันศุกร์ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

๑. การเรียนรู้พุทธประวัติได้ประโยชน์อย่างไร?
๒. วรรณะทั้ง ๔ มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร?
๓. พระนามและนามต่อไปนี้ เกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะอย่างไร
๑. มหาปชาบดีโคตมี
๒. อสิตดาบส (กาฬเทวิลดาบส)
๔. ถูปารหบุคคล มีกี่ประเภท? คือใครบ้าง?
๕. พระพุทธเจ้าเสด็จอกบรรพชา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมื่อพระชนมายุเท่าไร?
๖. พระอรหันตสาวก ๕ รูปแรก คือใครบ้าง?
๗. หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงพระประสงค์จักแสดงธรรมแก่ใครก่อน? และสมพระประสงค์หรือไม่? เพราะเหตุไร?
๘. คำพูดที่ว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำพูดของใคร? เพราะเหตุไรจึงพูดเช่นนั้น?

ศาสนพิธี

๙. ศาสนพิธี คืออะไร? ผู้ที่ได้เรียนรู้แล้วได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง?
๑๐. วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันอะไร? มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นในวันนั้น?

เฉลย ( ดาวน์โหลดไฟล์ เฉลยวิชาพุทธประวัติ 2559 )

๑. การเรียนรู้พุทธประวัติได้ประโยชน์ ๒ ประการ คือ
ในด้านการศึกษา ทำให้ทราบความเป็นมาของพระพุทธเจ้า เช่นเดียวกับการศึกษาความเป็นมาของชาติตน ทำให้บุคคล ได้ทราบว่าชาติของตนเป็นมาอย่างไร มีความสำคัญอย่างไร เป็นต้น
ในด้านปฏิบัติ ทำให้บุคคลได้แนวในการดำเนินชีวิตตามพระพุทธจริยา อันเป็นปฏิปทานำความสุขความเจริญมาให้แก่บุคคลตามสมควรแก่การประพฤติปฏิบัติ
๒. หน้าที่ของวรรณะทั้ง ๔
วรรณะพราหมณ์ มีหน้าที่อบรมสั่งสอน ประกอบพิธีทางศาสนา
วรรณะกษัตริย์ มีหน้าที่ปกครองบ้านเมือง รักษาเอกราชความสงบสุขของบ้านเมือง
วรรณะแพศย์ มีหน้าที่เป็นช่างฝีมือ ทำนา ค้าขาย
วรรณะศูทร มีหน้าที่เป็นกรรมกรแบกหาม รับจ้างงานไร้ฝีมือทั่วไป
๓. พระนามและนามนั้น มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าชายสิทธัตถะดังนี้
๑. มหาปชาบดีโคตมี เป็นพระมาตุจฉา คือเป็นพระน้านาง และเป็นแม่นมที่ทรงเลี้ยงดูเจ้าชายหลังจากที่พระมารดาเสด็จทิวงคต
๒. อสิตดาบส (กาฬเทวิลดาบส) เป็นผู้บำเพ็ญฌานอยู่ที่ภูเขาหิมพานต์และเป็นที่เคารพนับถือของพระเจ้าสุทโธทนะ ได้เข้าเยี่ยมเจ้าชายสิทธัตถะเมื่อประสูติได้ ๓ วัน เป็นผู้ทำนายพระลักษณะว่าต้องตามมหาบุรุษลักษณะ จักออกบวชบรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นศาสดาเอกของโลก และได้อภิวาทเจ้าชายสิทธัตถะแทบพระบาท
๔. ถูปารหบุคคล คือ บุคคลที่ควรแก่การบรรจุอัฐิธาตุไว้ในสถูปเพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการบูชา มี ๔ ประเภท
ได้แก่บุคคลดังนี้ ๑. พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒. พระปัจเจกพุทธเจ้า ๓. พระอรหันตสาวก ๔. พระเจ้าจักรพรรดิราช
๕. พระพุทธเจ้า เสด็จออกบรรพชาเมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา ตรัสรู้เมื่อ ๓๕ พรรษา และปรินิพพานเมื่อพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา
๖. พระอรหันตสาวก ๕ รูปแรกคือปัญจวัคคีย์ ได้แก่ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานามะ และพระอัสสะชิ
๗. หลังตรัสรู้แล้วพระพุทธเจ้าทรงประสงค์จักแสดงธรรมแก่ ดาบสผู้เคยเป็นอาจารย์ทั้ง ๒ คือ อาฬารดาบส กาลามโคตร และ อุทกดาบส รามบุตร แต่ไม่สมพระประสงค์ เพราะทั้งคู่ได้เสียชีวิตไปแล้ว
๘. เป็นคำพูดของ ยสกุลบุตร เพราะตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วเห็นอาการต่างๆ ของหญิงบำเรอที่หลับ บ้างกรน คราง เปลือยกาย กัดฟัน น้ำลายไหลเยิ้ม ดุจซากศพที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า ทำให้ยสกุลบุตรเกิดเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง
๙. ศาสนพิธีคือแบบอย่างหรือระเบียบแบบแผนที่พึงปฏิบัติในพระพุทธศาสนา
ผู้มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องศาสนพิธีดีแล้วย่อมเป็นผู้ฉลาดในการจัดทำพิธีกรรมต่างๆ ในทางศาสนา เป็นผู้สามารถในการประกอบพิธีกรรมนั้นๆ ได้ถูกต้องตามแบบแผนที่นิยมกันทั่วไป เป็นเหตุให้ผู้ได้พบเห็นเกิดศรัทธาในผู้นั้นว่าเป็นผู้ช่ำชองได้รับการฝึกฝนอบรมมาดีแล้ว ไม่มีความเคอะเขินในการจัดทำเป็นการเพิ่มเสน่ห์และบุคลิกภาพให้แก่ตัวเองอย่างหนึ่ง และนอกจากนั้นยังได้ชื่อว่าช่วยสืบต่ออายุพระศาสนาโดยปริยายด้วยเพราะแบบอย่างหรือธรรมเนียมที่ดีงามมีเหตุมีผลเป็นพิธีกรรมนั้นๆ เมื่อยังรักษากันไว้ได้เพียงใด ตัวศาสนาก็ยังชื่อว่าได้รับการรักษาอยู่เพียงนั้น เหมือนเปลือกกระพี้ของต้นไม้ยังคงสดอยู่ตราบใดต้นไม้นั้นก็จะยังมีชีวิตอยู่ตราบนั้น
๑๐. วันแรง ๘ ค่ำ เดือน ๖ เป็นวันอัฎฐมีบูชา มีเหตุการณ์สำคัญคือเป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสริระ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *